Page 38 - รอบรู้โภชนาการ
P. 38

24 | หน า
                       ้




                                      ี่
                       ปริมาณพลังงานทไดPรับจากอาหารในแตUละวันควรจะสมดุล หรือ เทUากบ
                                                                                     ั
               พลังงานที่รUางกายตPองใชP  โดยรUางกายของเราใชPพลังงานไปในกิจกรรมหลัก 3 สUวน คือ
                      2.1 ใชในการทำงานของระบบตาง ๆ ของรUางกาย เชUน การหายใจ การทำงาน
                            P
                                                 U
               ของสมอง การเตPนของหัวใจ เป:นตPน
                      2.2 ใชPในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เชUน การทำงาน การออกกำลังกาย

               การเรียนหนังสือ การทำงานบPาน  การเดินทาง เป:นตPน
                      2.3 ใชPในกระบวนการยUอยอาหาร

                                                          ี่
                       แตUละบุคคลจะมีการใชPพลังงานในปริมาณทแตกตUางกัน  ขึ้นกับความแตกตUาง
                                             ี้
               ของการใชPพลังงานในทั้ง 3 สUวนนที่แปรผันตามป$จจัยเหลUานี้ คือ เพศ อายุ ขนาด
               รUางกาย สUงผลตUอปริมาณการใชPพลังงานในสUวนที่ 1  ความหนักเบาและระยะเวลาที่ใช P

                                                                                     ื้
               ของกิจกรรมที่ทำ สUงผลตUอปริมาณการใชPพลังงานในสUวนที่ 2  และ ขนาดของมอ
               อาหารสUงผลตUอปริมาณการใชPพลังงานในสUวนที่ 3    โดยสรุปปริมาณพลังงานที่บุคคล

               ควรไดPรับในแตUละวันจึงแตกตUางกัน ขึ้นกับเพศ วัย ขนาดรUางกาย ความหนักเบาของ

               กิจกรรมที่ทำ และขนาดของมื้ออาหาร
                                                                                     ิ
                                                                               P
                       การไดPรับพลังงานจากอาหารที่มากเกินกวUาพลังงานที่รUางกายตPองใชทำใหPเกด
               ภาวะน้ำหนักเกินและอPวน  สารอาหารหลักที่เหลือจากการเผาผลาญเป:นพลังงาน

               สำหรับใชPในแตUละวัน ไมUวUาจะเป:นคารDโบไฮเดรต โปรตีน หรือไขมัน รUางกายจะนำไป
               สังเคราะหDเป:นไขมัน เก็บสะสมไวPในเซลลDไขมันตามสUวนตUาง ๆ ของรUางกาย   ไขมันท ี่

                                                                                     ั
               สะสมในรUางกายมี 2 ลักษณะ คือ ไขมันใตPผิวหนัง (subcutaneous fat)  และ ไขมน
               ในชUองทPอง (visceral fat) ดังแสดงในภาพท 2.6     โดยไขมันที่พบวUาเป:นป$จจัยเสี่ยง
                                                    ี่
               ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ ไขมันในชUองทPอง  เราจะเรียกภาวะที่รUางกายม ี

                                                          ี
                                      ี
               ไขมันในชUองทPองมาก วUา มภาวะอKวนลงพุง โดยวิธการประเมินงUาย ๆ วUามีภาวะอPวน
                                                                                     ู
                                                                   ี่
               ลงพุงหรือไมU คือ การวัดเสPนรอบเอว  หากความยาวรอบเอวทวัดไดPมากกวUา ความสง
               ของตัวเองหารสอง แสดงวUา เรามีภาวะอPวนลงพุง
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43