Page 169 - รอบรู้โภชนาการ
P. 169

หน า  | 155
                                                                                  ้


                         4.2.3 การทำความเขPาใจกับป$ญหาโภชนาการ สาเหตุที่เกี่ยวขPอง กำหนด
                   แนวทางในการป$ญหา โดยผูPใหPคำปรึกษามีบทบาทเป:นผูPชUวยใหPผูPปกครองเห็นป$ญหา

                   และสาเหตุ อาจจะโดยการตั้งคำถาม หรือการสะทPอนคิด แตUไมUใชUเป:นผูPบอกสาเหตุของ

                   ป$ญหาใหPผูPปกครองรับรูP  เมื่อสรุปสาเหตุของป$ญหาโภชนาการของเด็กนักเรียนในการ
                   ดูแลของผูPปกครองแลPว  ก็ใหPผูPปกครองกำหนดเป^าหมายในการแกPป$ญหา ผูPให   P

                   คำปรึกษาอาจรUวมใหPความเห็นไดP เสนอแนวทางแกPไขและหารือความเป:นไปไดPตาม

                                             P
                                       P
                             ู
                                                         P
                                                                         P
                                                                          U
                                                           $
                                                                ี
                   บริบทของผPปกครอง แลวจะไดแนวทางการแกปญหาท่จะนำไปใชตอไป   สิ่งที่พึงระวง ั
                   สำหรับผูPใหคำปรึกษาในการใหPแนวทางแกPป$ญหา คือ ใหPตระหนักไวPเสมอวUา “แนวทาง
                            P
                                                                                         ึ่
                   ในการจัดการป<ญหาไมMมีสูตรสำเร็จ  หมายความวMา วิธีหนึ่งที่ใชKไดKผลกับบุคคลหนง
                                                                   ู
                                                       M
                                                        ี
                                                             ี
                                                           K
                                                                                   K
                                                                                ี
                                                                                        ี
                                                                                     ี
                   อาจจะใชKไมMไดKผลกับอีกบุคคลหนึ่ง  เราไมมหนาท่บอกสตรสำเรจ  เรามหนาท่เพยง
                                                                         ็
                   บอกทางเลือก และชMวยผูKปกครองคิดวMาทางเลือกไหนบKางที่นMาจะเหมาะกับบริบท
                   ของผูKปกครอง”
                         4.2.4 ขั้นยุติการใหPคำปรึกษา  เป:นการสรุปถึงเป^าหมาย และวิธีการท ี่
                   ผูPปกครองจะตPองไปดำเนินการเพื่อการแกPไขป$ญหาโภชนาการในนักเรียน  และการ
                   นัดหมายในครั้งตUอไปเพื่อติดตามผล หรือ การยุติในกรณีที่ป$ญหาไดPรับการแกPไขแลว
                                                                                         P
                   ไมUจำเป:นตPองมารับคำปรึกษาอีก
                             จะเห็นไดPวUา การใหPคำปรึกษาเป:นรายบุคคล เป:นกระบวนการที่ตPองใช P
                                                                                        :
                   เวลามาก ในทางปฏิบัติผูPใหPคำปรึกษาอาจจะไมUมีเวลามากพอที่จะจัดใหPคำปรึกษาเปน
                   รายบุคคลสำหรับเด็กนักเรียนที่มีป$ญหาทุกราย  ดังนั้น อาจจำเป:นตPองคัดเลือก
                   นักเรยนที่คุณครประเมินเบื้องตPนวา เป:นนักเรยนที่มีสาเหตของปญหาทางโภชนาการท ี่
                                                         ี
                       ี
                                 ู
                                               U
                                                                        $
                                                                   ุ
                   ซับซPอน  มีป$ญหาทางโภชนาการคUอนขPางรุนแรง  หรือกลุUมนักเรียนที่ผูPปกครองไมUคUอย
                                                                                        ุU
                   ใหPความสำคัญกับโภชนาการของเด็ก เพื่อใหPคำปรึกษาเป:นรายบุคคล  สUวนกลม
                   นอกเหนือจากนี้ ก็สามารถใหPคำปรึกษาเป:นกลุUมไดP แตUทั้งนี้กลุUมก็ไมUควรจะใหญเกินไป
                                                                                    U
                   (ประมาณ 5-10 คน)  อยUางไรก็ตาม ในการใหPคำปรึกษาแบบกลุUม ก็ยังจำเป:นตPองนำ
                   หลักการใหPคำปรึกษาเป:นรายบุคคลมาประยุกตDใชPในกระบวนการใหPคำปรึกษาดPวย
   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174