Page 134 - การศึกษาวิเคราะห์หนังสืออะกีดะฮฺ อันนาญีน ฟี อิลมฺ อุศูล อัดดีน ของชัยคฺ ซัยนฺ อัลอาบิดีน เบ็น มุฮัมมัด อัลฟะฏอนีย์
P. 134

112






                                                    1
                                     อัลฮุรรฺ อัลอามิลีย์  ได้เขียนในหนังสือของท่านว่า :  “บทว่าด้วย แท้จริงอัลลอฮ์  
                       นั้นตาไม่สามารถเห็นพระองค์และไม่สามารถมองเห็นพระองค์ทั้งในโลกนี้และในวันอาคิเราะฮ”
                                                                                                  ์
                       (al-Hurr al-„Āmiliy, n.d: 12).
                                     ค. การให้คุณสมบัติกับบรรดาอิมามด้วยพระนามของอัลลอฮ์และคุณลักษณะของ

                       พระองค์

                                     การอุตริในประชาชาติของท่านนะบีมุฮัมมัด   ได้เกิดมาอีกครั้งเมื่อกลุ่มชีอะฮ์ได้
                       กล่าวอ้างว่า แท้จริงบรรดาอิมามนั้น พวกเขาคือพระนามของอัลลอฮ์ ดังนั้นพระนามของอัลลอฮ์   

                       ที่ได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานตามคําอ้างของพวกเขาหมายถึงบรรดาอิมามสิบสองท่าน  2  (Nāsir  bin

                       „Abdullāh, 1994: 556).
                                     อัลกุลัยนีย์ ได้รายงานจากอะบี อับดิลลอฮฺในคําตรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า:

                                                                            ﭼ  ﭸﭷ  ﭶ   ﭵ  ﭴ  ﭳ   ﭽ

                                            )    180  ةيأ  نم ضعب  :  ؼارعمأا  ةروس (

                                     ความว่า “และอัลลอฮ์นั้นมีบรรดาพระนามอันสวยงาม ดังนั้นพวกเจ้าจง
                                     เรียกหาพระองค์ด้วยพระนามเห่ลานั้นเถิด”

                                                                  (สูเราะฮอัลอะอฺรอฟ : ส่วนหนึ่งจากอายะฮ์ 180
                                                                ์
                                                                                                )
                                     ท่านได้กล่าวว่า : “พวกเราและอัลลอฮ์นั้นมีบรรดาพระนามอันสวยงาม อัลลอฮ์จะ
                       ไม่ทรงตอบรับการงานใดการงานหนึ่งจากบรรดาบ่าว นอกจากด้วยการรู้จักเรา”  (al-Kulainiy, 1388:
                       1/143-144).
                                     จากอะบี ญะอฺฟ๎รท่านกล่าวว่า :“เราคือพระพัตร์ของอัลลอฮ์ เราจะเปลี่ยนแปลงอยู่

                                     ในแผ่นดินท่ามกลางพวกท่าน และเราคือพระเนตรของอัลลอฮ์ในสิ่งที่ถูกสร้างของ
                                     พระองค์ และพระหัตย์ของพระองค์แผ่ขยายด้วยความเมตตาให้กับบรรดาบ่าวของ

                                     พระองค์ เรารู้จักกับผู้ที่รู้จักเราและเราไม่รู้จักกับผู้ที่ไม่รู้จักเรา” (al-Kulainiy, 1388:

                                     1/143 ; Muhsin al-Ἀmīn, n.d.: 3/240).




                       1
                        ท่านมีชื่อเต็มว่า มุฮัมมัด เบ็น อัลฮะสัน เบ็น อะลีย์ อัลอามิลีย์ อัลฮุรรฺ ฟะกีฮ อิมามีย์ เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 1104 (al-Zirikliy, 2002 :
                        6/90).
                       2 .พวกเขาสิบสองท่าน คือ 1) อะบู อัลฮะสัน อะลีย์ เบ็น อะบี ฏอลิบ (อัลมุรตะฎอ) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 40  2) อะบู มุฮัมมัด อัลฮะสัน
                        เบ็น อะลีย์ (อัซซะกี) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 50  3) อะบู อับดุลลอฮ์  อัลฮุสัยนฺ เบ็น อะลีย์  (สัยยิด อัชชุฮะดาอ์) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 61  4)
                        อะบู มุฮัมมัด อะลีย์ เบ็น อัลฮุสัยนฺ (ซัยนฺ อัลอาบิดีน) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 95  5) อะบู ญะอฺฟ๎ร มุฮัมมัด เบ็น อะลีย์ (อัลบากิร) เสียชีวิต
                        ในปี ฮ.ศ. 114  6) อะบู อับดุลลอฮ์  ญะอฺฟ๎ร เบ็น มุฮัมมัด (อัศศอดิก) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ.  148  7) อะบู อิบรอฮีม มูสา เบ็น ญะอฺฟ๎ร
                                                                                                 )
                        (อัลกาซิม) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 183  8) อะบู อัลฮะสัน อะลีย์  เบ็น มูสา (อัรริฎอ) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ.  202 หรือ 203  9 อะบูญะอฺฟ๎ร
                        มุฮัมมัด เบ็น อะลีย์ (อัลเญาวฺวาด) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 220  10) อะบู อัลฮะสัน อะลีย์ เบ็น มุฮัมมัด (อัลฮาดีย์) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 254
                        11) อะบู มุฮัมมัด อัลฮะสัน เบ็น อะลีย์ (อัลอัสกะรีย์) เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 260  12) อะบู อัลกอสิม มุฮัมมัด เบ็น อัลฮะสัน (อัลมะฮฺดีย์)
                        ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันกิยามะฮ์ („Aliy Ἀhmad al-Salus, 1997 : 49).
   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139