Page 218 - 045
P. 218
196
ื่
สอดคล้องกับงานวิจัยของยงยุทธ แตงหอม (2546 : บทคัดย่อ) ได้ท าการวิจัยเรองการศึกษาสภาพ
ี
และปัญหาการด าเนินงานตามกระบวนการวางแผนประจ าปีของโรงเรยนประถมศึกษา สังกัด
่
่
ี
ี
ส านักงานการประถมศึกษาจังหวัดอางทอง พบว่า โรงเรยนขนาดเล็กกับขนาดใหญ และโรงเรยน
ขนาดกลางกับขนาดใหญ่เป็นคู่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และยังสอดคล้อง
ิ
ี
ื่
กับงานวิจัยของ กิ่งกาญจน์ ศรสันดา (2545 : 153) ได้วิจัยเรองปัญหาการวางแผนการบรหาร
ี
ู
ิ
โรงเรยนประถมศึกษาตามทัศนะของผู้บรหารและคร สังกัดส านักงานการประถมศึกษาจังหวัด
ี
ั
ี
ิ
บุรรมย์ ที่พบว่า ปัญหาการวางแผนในโรงเรยนประถมตามทัศนะของผู้บรหารและครู
ี
ั
สังกัดส านักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรรมย์จ าแนกตามการปฏิบัติงานในโรงเรยนที่มีขนาด
ี
ต่างกันมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ การก าหนดวัตถุประสงค์ของ
ื่
แผนไว้อย่างชัดเจนและการประเมินผลแผนเมื่อสิ้นสุดโครงการ ในเรองเดียวกันนี้ยังสอดคล้องกับ
ื่
งานวิจัยของ ขจรเกียรติ มานิกลักษณ์ (2543 : 111-114) ที่ได้ท าการวิจัยเรองกระบวนการวางแผน
ในโรงเรยนประถมศึกษา สังกัดส านักงานการประถมศึกษาจังหวัดอดรธานี พบว่า ผู้ตอบ
ี
ุ
แบบสอบถามที่ปฏิบัติงานในโรงเรยนขนาดต่างกัน มีการปฏิบัติตามกระบวนการวางแผนภาพรวม
ี
และแต่ละขั้นตอนแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกขั้นตอน เป็นไปตาม
สมมติฐาน
ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจากสถานศึกษาที่มีขนาดใหญ่มีความพร้อม
ิ
ทางด้านปัจจัยในการบรหารจัดการ ข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งบุคลากร เพื่อใช้ในการวางแผน
มากกว่าโรงเรียนที่มีขนาดเล็ก
วัตถุประสงค์ที่ 3 เพื่อประมวลปัญหาและแนวทางแก้ไขการด าเนินงานตาม
กระบวนการวางแผนของผู้บริหารตามทัศนะของบุคลากรโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
สังกัดส านักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส
ผลการวิจัยพบว่าปัญหาและแนวทางแก้ไขการด าเนินงานตามกระบวนการ
ิ
วางแผนของผู้บรหารตามทัศนะของบุคลากรโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาอสลาม สังกัดส านักงาน
ิ
ี
การศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส สามารถอภิปรายผลเป็นรายขั้นตอน ดังนี้

