Page 177 - 013
P. 177
177
ี
ี
ี
ี
โรงเรยนขนาดเล็ก ส่วนโรงเรยนขนาดเล็กกับโรงเรยนขนาดกลางและโรงเรยนขนาดกลางกับ
ี
โรงเรยนขนาดใหญ่ใช้ในการจัดการความขัดแย้งด้วยวิธปรองดองแตกต่างกันอย่างไม่มนัยส าคัญ
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี่
ิ
ั
่
ึ
์
ทางสถต ซงสอดคล้องกับท ศรวรรณ เสรรตน (2541 : 233 ) กล่าวว่าขนาดขององค์กร และ
ิ
ิ
ี
ึ
ุ
ความช านาญมอทธพลต่อการกระต้นให้เกิดความขัดแย้ง องค์การทมขนาดใหญ่ข้น และมกิจกรรม
ี
ี่
ี
ี่
ึ
ึ
ทต้องอาศัยความช านาญมากข้นเท่าใดก็ย่อมท าให้เกิดความขัดแย้งมากข้นเท่านั้น
ุ
ิ
ื
ั
ผู้วิจัยเหนว่า วัตถประสงค์ส าคัญของการแก้ปญหาความขัดแย้ง คอ เปดโอกาส
็
่
ี่
ุ
ี
ให้ทก ๆ ฝายมาท างานร่วมกัน เพื่อให้เกิดข้อสรปอันเปนทต้องการร่วมกันทั้งสองฝายมการ
่
ุ
็
ึ
ี
ตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยการค านงถงความส าคัญของความต้องการของตน ในขณะเดยวกัน
ึ
ึ
ี
็
ี
ี
ึ
่
่
ึ
ก็ค านงถงความต้องกันของอกฝายหนงด้วยเช่นเดยวกัน ดังนั้นขนาดของโรงเรยนไม่ว่าจะเปน
โรงเรยนขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรอโรงเรยนขนาดใหญ่ ผู้บรหารมวิธการแก้ปญหาความขัดแย้งไม่
ี
ี
ิ
ี
ั
ี
ื
แตกต่าง
์
ิ
วัตถุประสงคขอที่ 4 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งของผู้บรหาร
้
โรงเรยนเอกชนสอนศาสนาอสลามในจังหวัดปตตาน จากการศกษาสาเหตและวิธการจัดการความ
ั
ี
ุ
ี
ี
ิ
ึ
ขัดแย้งของผู้บรหาร มข้อค้นพบทน่าสนใจดังน้
ี
ี่
ิ
ี
ุ
4.1 สาเหตและการจัดการกับความขัดแย้ง
ิ
ี
ี
สาเหตทเกิดความขัดแย้งในโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาอสลามในจังหวัดปตตาน
ั
ุ
ี่
ั
ึ
ึ
ี่
ื
ื่
ึ
ุ
ุ
เมอพิจารณาถงตัวบคคล หรอสาเหตทท าให้เกิดความขัดแย้ง จากการศกษาปญหาต่าง ๆ ทเกิดข้น
ี่
ิ
ี
่
ึ
ุ
ิ
ิ
ซงมสาเหตมาจากด้านพฤตกรรม ลักษณะนสัย ปฏสัมพันธในการท างาน และความคดเหนส่วน
์
็
ิ
ุ
บคคล และระหว่างบคคล
ุ
ี่
ุ
ุ
ุ
ุ
ด้วยสาเหตขององค์ประกอบด้านบคคล พบว่า สาเหตของความขัดแย้งมากทสด
คอ ความคดเหนทแตกต่างกัน การเอาใจตนเอง ขาดความรบผิดชอบ ยึดทัศนคตของส่วนตัว
ั
ื
็
ิ
ี่
ิ
ี
ุ
ื
ิ
มากกว่างานส่วนรวม รองลงมา คอ ลักษณะนสัย อปนสัยส่วนบคคล ซงมหลากหลายทยึดกับ
ึ
ิ
่
ี่
ุ
ิ
ี่
ี
ุ
ื
ตนเองเปนใหญ่ และน้อยทสด คอ ขาดจรรยาบรรณในอาชพ วิธการด าเนนการของหน่วยงาน
ี
็
ิ
ั
ี
ั
ี
ี่
ิ
ขาดการแคลนในทรพยากรทใช้ในการบรหาร การบรหารงานของผู้บรหารและทรพยากรทมจ ากัด
ิ
่
ไม่เพียงพอกับความต้องการ ซงสอดคล้องกับ อับดลเราะฮ์มาน สาและ (2555) กล่าวว่า “ปญหา
ึ
ั
ุ
ั
ิ
ี่
ุ
ี่
ี่
ทเกิดความขัดแย้งด้านส่วนบคคลนั้นเกิดจากการทมีทัศนคตทแตกต่างกัน เช่น ปญหากับงานและ
ั
ปญหากับส่วนตัวของบคลากร ซงอาจจะอธบายได้ว่า บคลากรบางคน มแนวโน้มทจะใช้อ านาจ
ิ
ึ
ี
ุ
ุ
่
ี่
ื่
ิ
ยึดมั่นในความเชอของตนเอง ” สอดคล้องกับ อบรอฮม หะ และ มตร เจะหลง (2555) กล่าวว่า
ิ
ี

