Page 604 - Proceedings Collega2023
P. 604
ปะทะ เพื่อผลิตสร้างปฏิบัติการทางสังคมให้กับกลุ่มคนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ตกเป็นรอง หรือไม่มีที่ยืนในสังคม (กมลลฎา นาคแทน,
2565)
นอกจากนี้ ภาพแทนของคนชายแดนภาคใต้ในรวมเรื่องสั้นชุด “แขกในบ้านตัวเอง” ก็ได้นำเสนอพื้นที่ของคนมุสลิม แต่
ตีความศาสนาอิสลามที่ไม่ได้เป็นเพียงศาสนาเท่านั้น ยังรวมไปถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนใน
พื้นที่ด้วย ในขณะเดียวกันความยึดมั่นเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นประเด็นที่หลายคนมองว่าเป็นที่มาของความรู้สึกแปลกแยก
แตกต่าง จนเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งและความรุนแรง (พิษณุ ไชยโรจน์, 2554: 17) มายาคติแห่งอัตลักษณ์จึงเป็นประเด็น
้
สำคัญที่นักเขียนวรรณกรรมกล่าวถึงว่าเป็นสาเหตุแห่งความขัดแย้งและการใชความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก
ิ
้
การศึกษารวมเรื่องสั้นชุดดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนต่างๆที่มาจากนอกพื้นที่ รวมถึงคนของทางการ กลุ่มโจร หรือผูมีอิทธพล
เป็นคนนอกที่ไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน หวังเพียงผลประโยชน์ทางด้านการเมืองทั้งสิ้น เมื่อเสียประโยชน์จึงหยิบยกประเด็น
ความแตกต่างทางศาสนามาทำให้เกิดความแตกแยก โดยใช้คนในพื้นที่ทั้งประชาชนและเยาวชนเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างสถานการณ์
ผลที่ตามมาคือประชาชนส่วนใหญ่เกิดความหวาดระแวงและไม่มีความไว้ใจคนนอก (พิษณุ ไชยโรจน์, 2554: 39-40)
ในนวนิยายเรื่องกรณีฆาตกรรมโต๊ะอิหม่ามสะตอปา การ์เดผู้เขียนศึกษามุมมองของชาวบ้านในหมู่บ้านตันหยงบารูที่มีต่อ
คนนอก พบว่า คนในหมู่บ้านมีอคติกับคนนอกพื้นที่ทั้งคนของทางการและคนทั่วไปที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ จากคำพูดของครูที่
อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตันหยงบารูพูดว่าคนในพื้นที่ไม่ได้เชื่อคนง่ายซึ่งเปรียบเปรยกับสัตว์ที่โดนเจาะจมูกเพื่อทำให้เชื่อง ซึ่งแฝงน้ำเสียง
ความไม่ไว้ใจและไม่เห็นด้วย อีกทั้งเป็นการมองว่าคนนอกจะเข้ามาหลอกคนในพื้นที่ “ครูผู้หญิงเหลือบตามองข้าแวบหนึ่ง ก่อนพูด
ขึ้นว่าจมูกชาวตันหยงบารูทุกคนยังปกติดี ไม่มีใครโดนเจาะจมูกเลยสักราย” (ศิริวร แก้วกาญจน์, 2550: 22) คำว่า “โดนเจาะจมูก”
ยังเป็นการกระทำกับสัตว์ เช่น วัวและควาย เพื่อให้สัตว์เหล่านี้สามารถนำไปใช้แรงงาน สร้างผลประโยชน์ให้เจ้าของที่เจาะจมูก
นั่นเอง
และยังพบว่าคนในพื้นที่มีอคติในเรื่องการสื่อสาร ที่เน้นย้ำประเด็นการพูดภาษาไทยไม่ได้นั่นก็คือเป็นคนโง่และไม่ทันคน
“แม้พวกเราส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ข้าขอบอกว่า พวกเราไม่โง่พอที่จะไม่รู้กลเกมของพวกเจ้าหน้าที่” (ศิริวร แก้ว
กาญจน์, 2550: 33) ซึ่งการพูดภาษาไทยเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการได้รับการศึกษาของคนในเขตชายแดนด้วย ส่วนคนที่ไม่
สามารถพูดภาษาไทยก็จะเป็นคนที่ไม่รู้เหลี่ยมของคนนอกหรือเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ในทางกลับกัน ชาวบ้านสื่อสารด้วยภาษามลายู
ถิ่นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นพวกเดียวกัน และความเป็นมิตร ภาษาและการสื่อสารจึงเป็นอำนาจรูปแบบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอัต
ึ้
ลักษณ์ของคนชายแดนใต้ “เมื่อพวกเราทักทายผ่านภาษามลายูพื้นถิ่น แววตาของพวกเด็กๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นมิตรมากขน” (ศิริวร
แก้วกาญจน์, 2550: 99) ถึงแม้ว่าภาษามลายูไม่ได้เป็นภาษาทางการแต่ก็เป็นภาษาที่เน้นย้ำอัตลักษณ์คนชายขอบของประเทศ
International Conference on Local Wisdom of the Malay Archipelago (COLLEGA 2023) Page - 591 -

