Page 599 - Proceedings Collega2023
P. 599

บทนำ


                       ปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ของไทยเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่มีการปฏิรูปการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2575 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงได้ส่งผล

               กระทบทำให้ส่วนหนึ่งของประเทศไทยมีปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับชาติพันธุ์และศาสนามาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่า
               พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นเขตชายแดนที่มีอัตลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่ส่วนกลาง และเป็นกลุ่มคนส่วนน้อยของสังคมไทย ปัญหาความ
               ขัดแย้งเรื่องอัตลักษณ์ของคนชายขอบนี้เองจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจในการศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง


                       ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ภายใต้รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ประกาศนโยบาย

               การสร้างชาติตามแนวคิดชาตินิยมด้วยแนวคิดที่ว่าความเป็นไทยและชาตินิยมไทยอย่างชัดเจน ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปและสร้างสรรค์
               มิติทางวัฒนธรรมและสังคมของประเทศ ทำให้คนมลายูมุสลิมภาคใต้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อุดมการณ์รัฐ

               นิยมของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามยังก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้อีกด้วย ตั้งแต่การเรียกร้อง
               เสรีภาพจนถึงการแบ่งแยกดินแดน อาจกล่าวได้ว่ามาจากนโยบายชาตินิยมที่ส่งผลให้เกิดการปะทะกันทางชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่องใน

               พื้นที่ชายแดนภาคใต้ (ทศพนธ์ ศรีเพ็ง: 2562, 1-2) น่าสนใจว่าอุดมการณ์รัฐนิยมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการปฏิรูปและ
               สร้างสรรค์มิติทางวัฒนธรรมและสังคมได้อย่างไร ซึ่งบทความนี้จะมุ่งศึกษาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของคนมลายูมุสลิมภาคใต้ที่กลายเป็น

               คนกลุ่มน้อย


                       นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เป็นรูปธรรมอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือการแบ่งอาณาเขตของรัฐออกจากกัน การ
               กำหนดอาณาเขตของราชอาณาจักรสยามและสหพันธรัฐมลายา ทำให้กลุ่มคนเชื้อสายมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัด

               ชายแดนใต้ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าว กลายเป็นคนกลุ่มน้อยของสังคมไทยไปด้วย และกลุ่มคนเชื้อสายไทยที่นับถือศาสนา
               พุทธจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซียก็ได้กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคมมาเลเซียเช่นกัน (ทัศนา

               วดี แก้วสนิท, อุบลวรรณ เปรมศรีรัตน์, และกาญจนา แก้วเทพ: 2559)


                       จะเห็นได้ว่าผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเพียงแค่กลุ่มคนเชื้อสายมลายูที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ว่ายังมี
               กลุ่มคนเชื้อสายไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียด้วยเช่นเดียวกันที่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่ หรือเรียกได้
               ว่าสังคมของกลุ่มคนทงสองเหมือนเป็นโลกคู่ขนานกัน เมื่อศึกษากรณีของกลุ่มคนเชื้อสายมลายูในไทยภายใต้แนวคิดอุดมการณ์รัฐ
                               ั้
               นิยมก็มักจะเป็นการศึกษาเรื่องอัตลักษณ์ เนื่องมาจากอุดมการณ์รัฐนิยมได้สร้างสรรค์อัตลักษณ์ของชาติที่ชัดเจนเสียแล้ว
               ขณะเดียวกันก็ทำให้กลุ่มคนมลายูเป็นชนกลุ่มน้อยไปด้วย จึงสามารถเห็นประเด็นการต่อรองหรือการดำรงอัตลักษณ์ชนกลุ่มน้อย

               ของตนได้ ที่อาจเป็นการแสดงความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ของบรรพบุรุษ


                       ไม่ได้มีเพียงเรื่องอัตลักษณ์เท่านั้น แต่เขตพื้นที่ชายแดนปาดังเบซาร์ก็ยังได้สร้างสรรค์พื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย ซึ่งถือ
               เป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาในเขตพื้นที่ชายแดนด้วยเช่นเดียวกัน


                       ปาดังเบซาร์เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนการหลั่งไหลเข้ามามากมาย ทำให้สามารถพบความหลากหลายของกลุ่มคน ทั้งกลุ่มคนจีนที่

               เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ กลุ่มคนมุสลิมที่มีการย้ายเข้ามาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งกลุ่มคนไทย
               พุทธที่เข้ามารับจ้างในพื้นที่ และผู้คนทั้งจากจังหวัดและภูมิภาคอื่น ๆ ที่มาทำการค้าในตลาดปาดังเบซาร์ พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วย



               International Conference on Local Wisdom of the Malay Archipelago (COLLEGA 2023) Page - 586 -
   594   595   596   597   598   599   600   601   602   603   604