Page 58 - รอบรู้โภชนาการ
P. 58

44 | หน า
                       ้


                                                                                     :
               ตามธรรมชาติ  ไดPแกU น้ำตาลในผลไมPตUาง ๆ น้ำตาลในนม น้ำผึ้ง และ อีกกลุUมหนึ่งเปน
               น้ำตาลที่ใชPปรุงประกอบอาหารใหPมีรสหวาน
                      น้ำตาลที่ใชPปรุงประกอบอาหาร ไมUใหPสารอาหารอื่นใดเลยนอกจาก

               คารDโบไฮเดรต  ในทางโภชนาการใชPคำเรียกอาหารที่มีลักษณะเชUนนี้วUา “Empty

               calorie”  ตามขPอแนะนำการบริโภคเพื่อโภชนาการ กำหนดใหPรับประทานน้ำตาล
               แตUนPอย  ในผูPใหญUแนะนำไวPวUาใชPน้ำตาลที่เติมในอาหารไดP ไมUเกิน 6 ชPอนชา (24 กรัม)

                                                                                     ั
               ตUอคนตUอวัน สUวนเด็กเติมน้ำตาลไดPไมUเกิน 4 ชPอนชา (16 กรัม) ตUอคนตUอวน
               การรับประทานน้ำตาลมากเกินไป  ทำใหPไดPรับพลังงานเกินความตPองการไดPงUาย

               เป:นสาเหตุของความอPวน  เนื่องจากน้ำตาลทรายเพียง 1 ชPอนชา ใหPพลังงานถึง 20

               กิโลแคลอรี เทียบเทUากับพลังงานในขPาว ¼ ทัพพี  และยังทำใหPเกิดภาวะไตรกลีเซอไรด D
               ในเลือดสูงไดPดPวย  ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มตUาง ๆ ดังแสดงในตารางภาคผนวกที่ 1


                                                                                     ั
                      1.2.2 คาร\โบไฮเดรตเชิงซKอน เป:นสารที่ประกอบดPวยน้ำตาลกลูโคสตUอกน
               เป:นสายยาวหรือมีกิ่งกPาน  ไมUมีรสหวานเหมือนน้ำตาล การยUอยและดูดซม
                                                                                     ึ
               คารDโบไฮเดรตประเภทนี้เป:นไปไดPชPากวUาน้ำตาล จึงมีขPอดีคือไมUทำใหPระดับน้ำตาลใน

               เลือดเพิ่มสูงเร็วเกินไปภายหลังการรับประทาน  มีผลดีตUอการควบคุมระดับน้ำตาลใน
               เลือด โดยเฉพาะผูPที่เป:นโรคเบาหวาน   แหลUงคารDโบไฮเดรตรูปแบบนไดPแกU ขPาว เผือก
                                                                         ี้
               มัน ขPาวโพด แป^งตUาง ๆ และผลิตภัณฑที่แปรรูปจากอาหารเหลUาน  ี้
                                               D

                      1.2.3 ใยอาหาร เป:นสารที่ประกอบดPวยน้ำตาลกลูโคสตUอกันเป:นสายยาว
               เชUนเดียวกับคารDโบไฮเดรตเชิงซPอน แตUตUางกันตรงที่ใยอาหารมีโครงสรPางโมเลกุลท ี่

               เอนไซมDในรUางกายมนุษยDไมUสามารถยUอยไดP    เราจึงไมUสามารถนำน้ำตาลกลูโคสจาก
               ใยอาหารไปใชPไดP แตUใยอาหารมีประโยชนDตUอสุขภาพในแงUอื่น


                                                             ี
                                                   :
                                                                                     ุU
                                                                               :
                                                                     ิ
                                                ั
                                       ี
                                     ื
                      สารประกอบในพชท่มคณสมบติเปนใยอาหารมหลายชนด จำแนกเปน 2 กลม
                                         ี
                                          ุ
               ตามคุณสมบัติทางกายภาพ ที่สUงผลตUอสุขภาพที่แตกตUางกัน ดังนี้ คือ ใยอาหารท ี่
               ละลายน้ำ และใยอาหารทไมละลายน้ำ ปริมาณใยอาหารในอาหารตUาง ๆ ดังแสดงใน
                                       U
                                     ี่
               ตารางภาคผนวก 1
   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63