Page 36 - 0060
P. 36
26
ภำวะแทรกซ้อน
่
1. กระดูกไมสมำน (nonunion) เกิดประมาณ 6 เดือน หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดต้น
ขาขณะลงน้ าหนัก และไม่มีการสมานของกระดูกจากภาพรังสี ซึ่งจ าเป็นต้องหาสาเหตุและผ่าตัดแก้ไขต่อไป
2. กระดูกติดผิดรูป (malunion) ที่พบได้บ่อยคือ coxa varus เป็นต้องแก้ไขโดยการตัดแต่ง
มุมและยึดตรึง กระดูกใหม่
กำรผ่ำตัดกระดูกต้นขำหักที่ใช้โลหะดำมโพรงกระดูก Proximal Femoral Nail Antirotation
(PFNA) system
กระดูกหักที่บริเวณ trochanter หรือ intertrochanter เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจาก
ผู้สูงอายุมีกระดูกเปราะบางมาก แม้ความรุนแรงของภยันตรายจะไม่มากนักก็อาจเกิดการหักได้ และสังคมใน
ุ
ปัจจุบันมีแนวโน้มพฒนาเป็นสังคมผู้สูงอายุ อบัติการณ์ของกระดูกหักบริเวณนี้จึงเพมขึ้น เนื่องมาจากคุณภาพ
ั
ิ่
เชิงกลของกระดูกผู้สูงอายุไม่ดี มันจึงเป็นการยากที่จะท าการรักษาการยึดตรึงกระดูก ด้วยความมั่นคงไว้ให้
23
นาน บริเวณ trochanter หรือ intertrochanter ของกระดูกต้นขา โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณที่ต่อมาจาก
ส่วนคอของกระดูกต้นขาไปจนถึงบริเวณขอบล่างของปุ่มกระดูก lesser trochanter เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่
เป็นผู้สูงอายุ ดังนั้นการรักษาจึงมุ่งหวังให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหว และลุกขึ้นจากเตียงได้โดยเร็ว (early
ambulation) รวมทั้งสามารถฟนฟสภาพกลับไปสู่ระดับก่อนการบาดเจ็บได้โดยเร็ว การรักษาโดยวิธีอนุรักษ์
ู
ื้
ั
มักไม่สามารถให้ผลดังเป้าหมาย อีกทงมีอตราตายสูง ส าหรับการผ่าตัดรักษาจะได้ประโยชน์มากกว่าวิธีอนุรักษ์
ั้
ทั้งยังสามารถท าให้บรรลุจุดหมายข้างต้นได้ดีกว่า การรักษาโดยวิธีผ่าตัดถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับ
ทั่วไป โดยมีเป้าหมายส าคัญคือ จัดกระดูกเข้าที่และท าการยึดตรึงกระดูกด้วยวัสดุที่เหมาะสมในต าแหน่งที่ดี
ื่
เพอให้เกิดความมั่นคงตรงรอยหักสูงสุด ความมั่นคงตรงรอยหักภายหลังการยึดตรึงกระดูกมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
5 ประการดังนี้ คุณภาพเชิงกลของกระดูก (bone quality) รูปแบบของรอยหัก (fracture pattern) รูปแบบ
ของการจัดกระดูกเข้าที่ (fracture reduction) รูปแบบของเครื่องมือที่ใช้ยึดตรึง (implant design) ต าแหน่ง
ที่สอดใส่เครื่องมือยึดตรึงกระดูก (implant placement) ปัจจัยสองประการแรกเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกบผู้ป่วย
ั
ซึ่งแพทย์ไม่สามารถแก้ไขได้แต่ส าหรับสามประการหลังแพทย์ผู้รักษาจะต้องตระหนักและด าเนินการรักษาให้
เกิดประโยชน์สูงสุด มีการศึกษาทางคลินิกและชีวกลศาสตร์วิเคราะห์ผลการรักษาโดยใช้เครื่องมือยึดตรึง
กระดูกหักที่บริเวณ trochanter ที่ต่างกันเช่น dynamic hip screw (DHS), gamma nail (GN), proximal
femoral nail (PFN) เครื่องมือเหล่านี้มีปัญหาการทะลุขอบบนของส่วนคอและหัวกระดูก (cut-out) การวิบัติ
ของเครื่องมือ (implant breakage) กระดูกต้นขาหัก (femoral shaft fracture) ความล้มเหลวจากการยึด
ตรึงกระดูก (loss of reduction) proximal femoral nail antirotation (PFNA) system เป็นเครื่องมือ
ชนิดใหม่ที่แนะน าโดย AO/ASIF ในปี ค.ศ. 2003 เครื่องชนิดนี้มีลักษณะดังนี้ 23-25
ิ่
1. Blade มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 11 มิลลิเมตร และมีความยาวเพมขึ้นทีละ 5 มิลลิเมตร โดยเริ่ม
ตั้งแต่ 80-105 มิลลิเมตร การใช้ blade ตัวเดียวท าให้มีเนื้อที่มาก สามารถรับแรงที่กดลงมาได้มากกว่า screw
ั
ั
ใช้ลักษณะตอกอดเข้าไป จึงท าให้กระดูกถูกอดแน่นเข้าไปอยู่รอบ ๆ blade เหมาะกับคนไข้ที่มีกระดูกพรุน
หรือบาง

