Page 39 - 0060
P. 39
29
2. ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อสกุลผู้ป่วย โดยการสอบถามจากผู้ป่วยให้ถูกต้องตรงกับป้าย
ข้อมือ แฟ้มประวัติ และตารางการผ่าตัด
3. ตรวจสอบใบยินยอมผ่าตัด (informed consent) ให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยต้องมี
ลายมือชื่อของผู้ป่วยหรือผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายรับรอง และลายมือชื่อพยาน นอกจากนี้ยังต้องระบุข้อมูล
เกี่ยวกับโรค ชนิดการผ่าตัด และชื่อแพทย์ที่ให้ค าแนะน าอย่างชัดเจน
4. ตรวจสอบประวัติส าคัญต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เช่น ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหารหรือสารเคมี
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามค าสั่งการรักษาของแพทย์
5. ตรวจสอบสิ่งของที่ผู้ป่วยต้องน ามาจากหอผู้ป่วยตามแผนการรักษาให้มีความถูกต้อง
ครบถ้วน และมีสภาพพร้อมใช้งาน เช่น ยาปฏิชีวนะ ชุดใส่สายสวนปัสสาวะ เป็นต้น
6. ตรวจดูสภาพความพร้อมในการผ่าตัดของผู้ป่วย ได้แก ่
6.1 การงดน้ างดอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
6.2 การตรวจสิ่งของที่ไม่ควรติดมากับผู้ป่วย เช่น ฟันปลอม แว่นตา
6.3 ความสะอาดของร่างกายทั่วไป รวมถึงการเตรียมผิวหนังบริเวณที่จะผ่าตัด
6.4 ความผิดปกติหรือข้อจ ากัดของร่างกาย เช่น การได้ยิน การมองเห็น
6.5 ความสามารถในการสื่อสารด้านภาษากับเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด เช่น การพูดภาษา
มาลายู อาจจ าเป็นต้องให้ญาติผู้ป่วยเข้าไปกับผู้ป่วยเพื่อช่วยในการแปลภาษา
7. ถอดเสื้อผ้าให้ผู้ป่วยเฉพาะบริเวณที่จะผ่าตัด
8. ลงทะเบียนรับผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกและข้อในระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้ง
ลงบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกการพยาบาลผ่าตัด (perioperative nursing record) ของหอผู้ป่วยผ่าตัด
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
9. พยาบาลห้องรับ-ส่งผู้ป่วยตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน น าป้ายหมายเลขห้องผ่าตัด
ื่
แขวนไว้ที่รถนอน เพอให้พนักงานบริการน าผู้ป่วยไปนอนรอที่หน้าห้องผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง และส่งต่อให้กับ
พยาบาลประจ าห้องผ่าตัดเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กำรพยำบำลผู้ป่วยขณะรอผ่ำตัดหน้ำห้องผ่ำตัดศัลยกรรมกระดูกและขอ
้
เมื่อผู้ป่วยมาถึงหน้าห้องผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกและข้อ พยาบาลสามารถให้การพยาบาลเพอ
ื่
ิ
ประเมินถึงความพร้อมของผู้ป่วยทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และดูแลพทักษ์สิทธิผู้ป่วยในการผ่าตัดโดย
ปฏิบัติการพยาบาลดังนี้
กิจกรรมกำรพยำบำลเพื่อประเมินควำมพร้อมของผู้ปวยทำงด้ำนร่ำงกำย
่
เป็นการประเมินความพร้อมของผู้ป่วยทางด้านร่างกายว่ามีความพร้อมในการผ่าตัดหรือไม่
ตลอดจนสิ่งต่างๆ ที่ต้องน ามาพร้อมกับผู้ป่วย โดยการสอบถามจากประวัติและบันทึกรายงานของผู้ป่วย
1. ตรวจสอบชื่อ-สกุลจากป้ายข้อมือ แฟ้มเวชระเบียน และตารางการผ่าตัดให้ถูกต้องตรงกัน
2. ตรวจสอบใบยินยอมผ่าตัดให้ตรงกับข้อวินิจฉัยและตารางการผ่าตัด พร้อมทั้งมีการตรวจ
ซ้ าโดยการสอบถามจากผู้ป่วย
3. ตรวจสอบการงดน้ างดอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
4. ตรวจสอบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ เช่น ผลเลือด ผลรังสีวินิจฉัย ผล CT
Scan ผล MRI

