Page 194 - 001
P. 194

ี
                          นโยบายสาธารณะ: แนวคิดพื้นฐาน ขอโตแยงกระบวนการนโยบาย และระเบียบวิธ           ยศธร ทวีพล
                          Public Policy: Basic Concepts, Policy Process Arguments and Methodology

                                                                                                       ั
                          ขอมูลผานกระบวนการอยางหลากหลาย อาทิ การทบทวนวรรณกรรมจากเอกสารที่เกี่ยวของกบ
                          นโยบาย กฎหมาย คำรับรอง การสังเกต การมีสวนรวม ซึ่งเปนการเก็บสะสมและการเก็บรวบรวม

                                                            
                          ขอมูลในรูปภาษา รวมถึงการสัมภาษณ การสนทนาและการถกเถียง หรืออาจใชการทบทวน
                          วรรณกรรมควบคูกับการสัมภาษณหรือการสังเกตในมิติตางๆ อาทิ การกำหนดหรือการนำนโยบายไป
                          ปฏิบัติ จนนำมาสูการตีความหรือการสังเคราะหขอมูลโดยนักวิจัย (Yanow, 2007: 409-411)

                                 การวิจัยในนโยบายจึงถูกแบงออกเปนเทคนิคการวิเคราะหนโยบายเชิงปริมาณและเชง
                                                                                                        ิ
                          คุณภาพ สำหรับเทคนิคการวิเคราะหนโยบายสาธารณะเชิงปริมาณ ถูกนำมาใชอยางแพรหลายตั้งแต  

                          ค.ศ. 1922 โดยใหความสำคัญกับบทบาทการตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งเชื่อวาเทคนิคการวิเคราะห
                          ดังกลาวเปนวิทยาศาสตรสูงกวาการวิเคราะหนโยบายตามตัวแบบหรือวงจรนโยบาย จนกระทังในป
                                                                                                     ่
                          ค.ศ. 1960 ถือเปนยุคทองของการเปลี่ยนแปลงการวิเคราะหนโยบาย กลาวคือ การวิเคราะหนโยบาย
                          เชิงปริมาณ ขยายขอบเขตการศึกษาและมีฐานะเปนระเบียบวิธีวิจัย อันเปนการยกระดับจากการ

                          วิเคราะหสูการวิจัยและเนนกิจกรรมการนิยามปญหาในนโยบายสาธารณะเพื่อสะทอนผลกระทบและ
                          เสนอแนวทางการแกไขปญหาดังกลาวจนสงผลใหระเบียบวิธีศึกษามีความแข็งแกรง

                                 ตอเนื่องจนถึงป ค.ศ. 1990 การวิจัยนโยบายสาธารณะเชิงปริมาณเริ่มปรับปรุงเทคนิค
                                                      ู
                          การศึกษาและใชการวิเคราะหขอมลโดยอาศัยโปรแกรมสำเร็จรูปเพ่อจัดการกับความซับซอนของตัว
                                                                               ื
                          แปร การระบุปญหาและทางเลือกนโยบาย การสะทอนความสัมพันธระหวางการออกแบบนโยบาย
                          สาธารณะและผลลัพธ การทดสอบความสัมพันธระหวางประสิทธิภาพกับการสรางนโยบาย การ
                                            
                          ประเมินผลประโยชนทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ซึ่งเปนการศึกษาที่มีวัตถุประสงคการทดสอบ

                          สมมุติฐานและผลิตขอมูลเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ อันเปนประโยชนและไดรับการยอมรบใหแกผูม ี
                                                                                                ั
                                                                                                      
                          อำนาจตัดสินใจนโยบายสาธารณะ กรณีดังกลาว Sadovnik (2007: 417) จึงเชื่อวาการวิจัยนโยบาย
                          เชิงปริมาณเปนศูนยกลางการวิจัยนโยบายสาธารณะ เนื่องจากการวิจัยตระหนักตอการเขาถึงหลักฐาน
                          ในการสรางองคความรูที่มีประโยชน มีศักยภาพการศึกษานโยบายสาธารณะ การศึกษาการ

                          เปลี่ยนแปลงทางสังคมซับซอน ครอบคลุมมิติการเมือง เศรษฐกิจและสังคม (Aina, 2023)


                                 องคประกอบเบื้องตน


                                 การวิจัยนโยบายเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและการวิจัยผสม (Clemons and McBeth, 2020)

                          มีลักษณะไมแตกตางกันในการจัดการประเด็นการวิจัย Aiyede (2023b: 263) มองวาการวิจัยนโยบาย
                                                                                                        ั
                          สามารถขับเคลื่อนตามกลองขอความ อันเปนเครื่องมือจัดการกับประเด็นการวิจัย โดยเปนตว
                          แบบอยางงาย เหมาะสมตอการจัดการกับขอมูลและการสรางขอเสนอแนะผานการตั้งคำถามใน





                                                                                                              173
   189   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199