Page 29 - 071
P. 29

12























                                      cis-polyisoprene                          trans-polyisoprene


                                            ภาพที่ 2.5 สูตรโครงสรางทางเคมีของยางธรรมชาต
                                                                                       ิ

                                                                                            ู
                              ยางธรรมชาติที่ไดจากตนยางพารา Hevea brasiliensis และ Guayule อยในรูป cis-form
                       สวนยางที่ไดจากยางชนิด Gutta – percha และ Balata อยูในรูป trans-form คําวา cis และ trans
                                                                                        ื
                       ตางกันตรงความสามารถในการเรียงตวใหเปนระเบียบ ทําใหเกิดการตกผลึกคอ trans-form จะตก
                                                      ั
                             
                                                                            ั
                                          ู
                                  
                       ผลึกไดเร็วกวาที่อุณหภมิหอง สวน cis-form  เมื่อโมเลกุลจัดตวจะทําใหเกิดการตกผลึกบางสวน
                       ดังนั้น trans-form จะแข็งที่อุณหภูมิหอง ไมมีสมบัติเปนยาง แต cis-form ยังมีสมบัติเปนยาง
                                                                                    ี่
                                                             
                                                                         ู
                                                                                         ู
                              จากสูตรโครงสรางของยาง จะเห็นวายางมีพันธะคและพันธะเดยวอยในโมเลกุล ลักษณะ
                       คลายวามีสวนเปนของแข็งและสวนออนอยูในโมเลกุล และการจัดเรียงตวเปนโมเลกุลยาวแบบน ทํา
                                                                                                      ี้
                                                                                  ั
                                                                                  ู
                                                                                    ั้
                                                                                       ็
                       ใหยางมีสมบัติยืดหยุนได การที่มีพันธะคู ทําใหไฮโดรเจนตรงใกลพันธะคนนแขงแรงและเปนจุดที่ทํา
                                                                                              
                                                                              
                                                           ั
                                                                                                 ิ่
                                  ื่
                       ใหเกิดการเชอมโยงกับสารประกอบกํามะถน หรือ peroxide ได และโดยเฉพาะอยางยง methyl
                                                                                      ู
                                                                            ุ
                       group เปนกลุมที่สงอิเล็กตรอนเขาไปยังพันธะคู จึงเปนตัวกระตนใหพันธะคแสดงประสิทธภาพแรง
                                                                                                  ิ
                                                                                             ิ
                                                                                ั้
                                                                              ั
                                                                                                     ิ
                       ขึ้น ก็ยิ่งทําใหไฮโดรเจนตรงใกลพันธะคู มีสถานะแขงแรงมากขน ดงนนยางธรรมชาตจึงทําปฏกิริยา
                                                                           ึ้
                                                                 ็
                       เชื่อมโยงกับกํามะถันหรือ peroxide ไดไว


                       2.8 ยางรีเคลม (Reclaimed rubber)

                              การรีเคลมเปนกระบวนการเปลี่ยนยางที่ผานการวัลคาไนซแลว (เกิดโครงสรางตาขาย 3 มิต)
                                                                                                         ิ
                            
                       โดยใชสารเคมีและความรอนตัดพันธะเชื่อมขวางโมเลกุลของยาง ใหเกิดเปนยางที่มีสมบัตที่ไหลและ
                                                                                                 ิ
                                                                                                  
                                    
                                                         ู
                       ขึ้นรูปใหมได อยางไรก็ตามยางรีเคลมที่ถกนามาวลคาไนซใหมจะมีสมบัตเชงกลที่ดอยกวายางใหม
                                 
                                                            ํ
                                                                                      ิ
                                                                                             
                                                                ั
                                                                                    ิ
                       ดังนั้นยางรีเคลมจึงมักจะถูกนําไปผสมรวมกับยางใหมเพื่อปรับปรุงสมบัติของยางรีเคลมใหดีขึ้น
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34