Page 26 - 071
P. 26

9







                       แมเหล็กไฟฟา ซึ่งเมื่อไปกระทบวัตถุใดพลังงานบางสวนอาจสะทอน บางสวนอาจผานทะลุสวนที่เหลือ
                       จะถูกดูดกลืนเขาสูภายในวัตถุ





                       2.6 ความสามารถในการถายเทความรอนของวัตถุ


                                                                                
                              ความสามารถในถายเทความรอนของวตถนน นอกจากจะไดรับอิทธพลจากสภาพแวดลอม
                                                                                      ิ
                                                                  ั้
                                                              ั
                                                                ุ
                                                  
                       ภายนอกแลว ยังขึ้นอยูกับสมบัตตางๆ ของแตละวตถดวยและสมบัตที่มีอิทธพลตอการถายเทความ
                                                                                      ิ
                                                             
                                                                                ิ
                                                                   ุ
                                                                    
                                                 ิ
                                                                ั
                                                                                          
                                                                                                
                       รอนประกอบดวย
                              2.6.1 สัมประสิทธิ์การนําความรอน (Thermal conductivity; k)
                                                                                                         ํ
                                     สัมประสิทธิ์การนําความรอน คือ ความสามารถในการถายเทความรอนโดยการนา
                                                                                   
                       ความรอนของวตถใดๆ ซึ่งจะแปรผันตรงกับปริมาณความรอนและความหนา แตจะแปรผกผันกับ
                                                                                           
                                    ั
                                      ุ
                       ความตางระวังอุณหภูมิทั้งสองดาน ซึ่งคาสัมประสิทธิ์การนําความรอนมีหนวยในระบบ SI คือ W/m.K

                              2.6.2 การนําความรอน (Thermal conductance; C)
                                                                                               ิ์
                                     การนําความรอน คอ ปริมาณความรอนที่แปรผันตรงกับสัมประสิทธการนาความ
                                                     ื
                                                                                                    ํ
                                                                                          2
                       รอนและแปรผกผันกับความหนาของพื้นที่ 1 หนวย มีหนวยในระบบ SI คือ W/m K

                                     2.6.2.1 กฎเบื้องตนของการนําความรอน

                                                                            ํ
                                            ความรอนซึ่งเปนการถายเทโดยการนาจะไหลจากบริเวณที่มีอุณหภมิสูง
                                                                                                      ู
                                                               
                                                                                       ุ
                       ผานตัวกลางที่มีพื้นที่  A ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ํากวาเสมอดังรูปที่ 2.1 วัสดมีขนาดความหนา  ∆
                                                                                             ู
                       ผิวดานหนึ่งมีอุณหภมิคงที่ T 1 สวนอีกดานหนงมีอุณหภมิคงที่ T 2 ซึ่งถาทําใหอุณหภมิของผิว T 1 สูง
                                       ู
                                                             ึ่
                                                       
                                                                                 
                                                                     ู
                       กวาผิวดานตรงขาม T 2 แลว จะได  
                                               T
                                     Q   kAt                                          (2.11)
                                               x

                                            T             Q  1
                                     q   k        ;      q                                       (2.12)
                                             x             t A
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31