Page 51 - 017
P. 51
51
Rasūl ) พิมพ๑เป็นครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1997 หนังสือเลํมนี้กลําวถึงการมีสํวนรํวม
การชํวยเหลือของบรรดาสตรีในสมัยทํานเราะสูล ในสร๎างสร๎างรัฐอิสลามแหํงแรกและการสร๎าง
สังคมแหํงอิสลาม ตลอดจนบทบาทในการดะอฺวะฮฺ ในหนังสือเลํมนี้ผู๎เขียนได๎เริ่มต๎นด๎วยกับสตรีที่
เข๎ารับอิสลามเป็นคนแรก คือ ทํานหญิงเคาะดีญะฮฺ ภรรยาของทํานเราะสูล ทํานหญิงฟาติมะฮฺ
ทํานหญิงซัยนับ บุตรสาวของทําน และบรรดาภรรยา คนอื่นๆ ของทําน ในชํวงท๎ายของเลํม
๑
ี
ผู๎เขียนได๎นําเสนอสตรีที่ไมํได๎อยูํในครอบครัวของทําน ได๎แกํ ทํานหญิงอัสมาอ บุตร อะบูบักรฺ
ผู๎นําเสบียงอาหารให๎ทํานขณะหลบซํอนตัวเพื่อฮิจญ๑เราะฮฺ (อพยพ) ไปมะดีนะฮฺพร๎อมกับทําน อบู
ี
บักรฺ ทํานหญิงสุมัยยะฮฺ สตรคนแรกที่เสียชีวิตในหนทางของศาสนา และทํานหญิงนะ
สีบะฮฺ หรือ อุมมุอิมาเราะฮฺ สตรีที่มีบทบาทในสนามรบ ซึ่งทั้งหมดล๎วนแล๎วเป็นสตรีที่ให๎
ความชํวยเหลือ มีสํวนรํวมในการสร๎างรัฐอิสลามและสังคมอิสลาม และเป็นผู๎ที่มีบทบาทในการดะอฺ
วะฮฺอิสลาม โดยเฉพาะบรรดาภรรยาของทําน
1.5.3.1 วิทยานิพนธ๑และงานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง
จากการศึกษาวิทยานิพนธ๑และงานวิจัยที่เกี่ยวข๎องการดะอฺวะฮฺสําหรับมุสลิมะฮฺใน
อิสลาม ผู๎วิจัยขอยกตัวอยํางบางทําน ดังนี้
กอนีต๏ะห๑ บูงอตาหยง ( 2549) ได๎ศึกษาถึงชีวประวัติบุคคล คือ ญิฮาด เบ็น มุฮัม
หมัด กับงานดะอฺวะฮตามแนวทางสะลัฟในจังหวัดชายแดนภาคใต๎ โดยผู๎วิจัยมีวัตถุประสงค๑ของการ
วิจัยอยูํสองประการ คือ 1) ศึกษารูปแบบ แนวทาง วิธีการและหลักสูตรงานดะอฺวะฮ ของญิฮาด เบ็น
มุฮัมหมัดในจังหวัดชายแดนภาคใต๎ 2) ศึกษาอุปสรรคและผลจากการดะอฺวะฮฺตามแนวทางสะลัฟ
ของญิฮาด เบ็น มุฮัมหมัดในจังหวัดชายแดนภาคใต๎
สะสือรี วาลี ( 2550) ได๎ศึกษาถึงการดะอฺวะฮของคณะกรรมการประจํามัสญิดใน
การสํงเสริมการเศาะลาฮญะมาอะฮ: กรณีศึกษาคณะกรรมการประจํามัสญิดในอําเภอยี่งอ จังหวัด
นราธิวาส โดยผู๎วิจัยมีวัตถุประสงค๑ของการวิจัยอยูํสามประการ คือ 1) เพื่อศึกษาความหมายและ
ความสําคัญของดะอฺวะฮฺ 2) เพื่อศึกษาความหมายและความสําคัญของการเศาะลาฮญะมาอะฮใน
อิสลาม 3) เพื่อศึกษาการดะอวะฮของคณะกรรมการอิสลามประจํามัสญิดในการดะอฺวะฮฺเศาะ
ลาฮญะมาอะฮฺ ผลการวิจัยในภาพรวมสรุปได๎วําโดยรวมการดะอฺวะฮเพื่อเศาะลาฮฺญะมาอะฮฺของ
คณะกรรมการอิสลามประจํามัสญิดอยูํในระดับสูงแล๎ว ยกเว๎นบางประเด็นที่ควรทําความเข๎าใจ

