Page 37 - 0006
P. 37
28
(2) เจ้าหน้าที่จะต้องให้ความเป็นธรรมในการจัดเก็บซะกาตและให้ความสะดวกกับ
เจ้าของซะกาต
(3) เจ้าหน้าที่จะต้องไม่เจาะจงเอาเฉพาะแต่ทรัพย์สินที่ดี ๆ (لاوملأامئارك) แต่ให้เอา
ทรัพย์สินที่เหลือจากการใช้จ่ายและเหลือจากความต้องการ ( وفعلا)
(4) เจ้าหน้าที่จะต้องไม่ปิดบังหรือซ่อนเร้นซะกาตและไม่น าซะกาตไปใชจ่ายเองแม้วาจะ
้
่
เล็กน้อยก็ตาม
(5) เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธ์รับของก านัลใดๆจากเจ้าของซะกาตและถือว่าการรับของก านัลเป็น
การฉ้อราษฎร์บังหลวง ( ةوشر )
(6) เจ้าหน้าที่จะต้องขอดุอาอฺให้กับผู้จ่ายซะกาตเพราะดุอาอฺจะท าให้จิตใจเขาสงบ
นอกจากนั้นท่านรอซูลได้ตรวจสอบการท างานของเจ้าหน้าที่จัดเก็บซะกาต เมื่อพบวา
่
เจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม ท่านรอซูลท าการสอบสวน เช่นในกรณของท่านอิบ
ี
นุลลุตบียะฮฺซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ท่านรอซูลได้แต่งตั้งและส่งไปเก็บซะกาต ณ เผ่าบนีสุลัยมฺ เมื่อท่านอิบ
นุลลุตบียะฮฺมาหาท่านรอซูล ท่านได้สอบสวนเขา เขากล่าวว่า อันนี้เป็นของพวกท่าน (เป็นซะกาต)
ส่วนอันนี้เป็นของก านัล (ฮะดียะฮฺ) ที่เจ้าของซะกาตมอบให้แก่ฉน ท่านรอซูล ได้ต าหนิเขาแล้ว
ั
กล่าวว่าท่านน่าจะนั่งอยู่ในบ้านบิดาและมารดาของท่านเพื่อที่จะมีใครน าของก านัลนี้มาให้แก่ท่าน ขอ
สาบานต่ออัลลอฮฺพวกท่านจะรับของก านัล (ฮะดียะฮฺ) ใด ๆ มิได้ (Bukhari, 1997 : 7197)
2.3.2 การบริหารจัดการซะกาตในสมัยคูลาฟาอุรรอชีดีน
ส าหรับแนวทางการจัดระบบซะกาตในสมัยของท่านอบูบักรพอสรุปได้ดังนี้:
(1) การจัดตั้งกองคลังกลาง (บัยตุลมาล) ในปีที่ 2 ของการด ารงต าแหน่งเคาะลีฟะฮฺ
ท่านอบูบักได้จัดตั้งกองคลังกลางเพื่อเป็นที่เก็บรวบรวมรายได้ต่างๆของรัฐที่มีจ านวนเพิ่มมากขน
ึ้
ั
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเฆาะนีมะฮฺ (ทรัพย์สินที่ยึดมาจากศตรูในการท าสงคราม) ซะกาต และภาษ ี
อื่นๆ เช่น ภาษีญิซยะฮฺที่เก็บจากผู้อยู่ในอารักขาที่มิใช่เป็นมุสลิม และภาษีเคาะร็อจหรือภาษีที่ดินเป็น
ต้น (Masud Yahya,2002: 71-75) กองคลัง (บัยตุลมาล )ในสมัยของท่านอบูบักรยังไม่มีความชัดเจน
ื
ในเรื่องการจัดระบบ การส ารวจ และการบันทึกแต่ก็ถอได้วาเป็นการสถาปนารูปแบบการคลัง
่
ของรัฐอิสลามซึ่งสมัยต่อมาได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นกองคลังที่ทรงอนุภาพยิ่ง
(2) การส่งเจ้าหน้าที่ไปยังหัวเมืองต่างๆเพื่อจัดเก็บซะกาตโดยเฉพาะในชวงหลังจากการ
่
ึ
ปราบปรามกลุ่มมุรตัดและกลุ่มผู้ไม่ยอมจ่ายซะกาตท่านอบูบักรได้แสดงออกถงการเอาจริง เอาจังใน
เรื่องนี้ด้วยการระดมก าลังเจ้าหน้าที่เพื่อส่งไปยังหัวเมืองต่าง ๆ และเผ่าต่างๆ ที่กระจัด กระจายอยู่ใน
คาบสมุทรอาหรับใขณะเดียวกันก็ได้ส่งสารไปยังชาวเมืองต่าง ๆ โดยเรียกร้อง เชิญชวนให้จ่ายซะกาต
ู
ดังตัวอย่างของท่าน อนัส อิบนุ มาลิกที่ถกส่งไปยังชาวบะห์เรนพร้อมด้วยสาส์นจากท่านอบูบักรฺ
(Fuaad Abdullah, 1996 :4)
(3) การแบ่งปันซะกาตให้กับคนยากจนอย่างเท่าเทียมกันไม่วาจะเป็นกลุ่มผู้อพยพ
่
(มุฮาญิรีน) หรือ กลุ่มชาวเมืองมะดีนะห์ (อันศอรร์) กลุ่มพลเรือน หรือกลุ่มทาส กลุ่มเพศชาย หรือ
็

